5 วิธีทำให้กลับมารักงานที่ทำ

5 วิธีทำให้กลับมารักงานที่ทำ





การก้าวเข้ามาเป็นผู้ประกอบการ ส่วนมากจะเริ่มต้นจากความรักในงานที่ทำกันทั้งนั้น แต่ถึงแม้จะรักมากแค่ไหนก็ใช่ว่าคุณจะต้องรู้สึกแบบเดิมในทุกๆ วัน เพราะสุดท้ายแล้วมนุษย์เราเมื่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งซ้ำๆ กัน ก็จะทำให้เกิดความเบื่อขึ้นได้อยู่ดี

ดังนั้นคงจะดีไม่น้อยถ้าคุณเปลี่ยนจากการมองหาทางหนี เป็นการเข้าใจในธรรมชาติของมัน และปรับเปลี่ยนทัศนคติ รวมถึงการใช้ชีวิตของตัวเอง เติมเชื้อไฟให้หายเบื่อกับงานตรงหน้า รับรองว่าจะทำให้คุณกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้งแน่นอน

จดบันทึกข้อดีของสิ่งที่ทำอยู่

การเป็นผู้ประกอบการจะลาออกง่ายๆ ก็คงไม่ได้ ดังนั้นให้เริ่มจากมองหาข้อดีในสิ่งที่คุณทำก่อนเป็นอย่างแรก และจดบันทึกมันลงไปในกระดาษเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เช่น คุณมีอิสระในการทำงาน คุณไม่ต้องรับฟังคำสั่งใคร คุณได้พบปะผู้คนใหม่ๆ มากมาย คุณได้เงินเดือนที่มากขึ้น ข้อดีเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น และมองงานตรงหน้าเปลี่ยนไป ยิ่งข้อดีเยอะเท่าไหร่ ไฟในการทำงานก็จะกลับมาหาคุณมากเท่านั้น

วางแผนเป้าหมายชีวิต

การทำงานไปแบบวันต่อวันจะทำให้เกิดอาการเบื่อและหมดไฟโดยไม่รู้ตัว เพราะคนเราอยู่ได้ด้วยจุดมุ่งหมาย การมีเป้าหมายช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตจะทำให้คุณไม่ต้องลอยเคว้งคว้าง และรู้ว่าจะตื่นเช้าลุกขึ้นมาทำงานทุกวันไปเพื่ออะไร เพื่อใคร หรือทำไปทำไม ซึ่งเป้าหมายนั้นคุณต้องเซ็ตระยะเวลาให้มันอย่างชัดเจน เห็นผล จริงจัง ยิ่งกำหนดเวลาให้มัน ทำให้มันมองเห็นภาพชัดเจน คุณยิ่งจะมีไฟในการทำงานมากขึ้น

ให้รางวัลตัวเองอยู่เสมอ

ความเบื่อมันมาจากการที่คุณทำในสิ่งที่คุณไม่ชอบ ณ ช่วงเวลานั้น ถึงแม้งานที่ทำมันจะเคยเป็นอะไรที่คุณหลงใหล แต่เมื่อต้องทำมัน 24 ชั่วโมง และมีเรื่องของปากท้อง เรื่องของอาชีพเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ย่อมเกิดความเครียดและความกดดัน ซึ่งคุณควรให้เวลาตัวเอง ให้รางวัลตัวเอง เป็นการตอบแทนผลสำเร็จที่ผ่านมาอยู่เสมอ ให้ตัวเองได้พักผ่อนและทำในสิ่งที่ใจต้องการ ณ ตอนนั้น เช่น ถ้าคุณเหนื่อย และไม่อยากทำอะไร อยากแค่นอนดูหนังเฉยๆ ฟังเพลงสบายๆ คุณก็สามารถทำได้เลยทันที ให้เวลาในช่วงพักกับตัวเอง และนั่นจะทำให้คุณลุกเร็ว พร้อมปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอย่างไม่มีคำว่าเบื่อ

เปลี่ยนไปทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ

เชื่อว่าในหัวของผู้ประกอบการทุกคนจะต้องมีแพลนอยากทำอะไรบางอย่างแต่ไม่เคยเริ่มทำอยู่แน่ๆ ซึ่งถ้าวันหนึ่งคุณเกิดรู้สึกเบื่องานตรงหน้า และไม่อยากจะทำมันจริงๆ ก็ให้คุณหยุดพักมาทำในสิ่งที่ต้องการ เปลี่ยนไปทำในสิ่งที่อยากทำแต่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต เช่น เรียนวาดรูป ไปเที่ยวต่างประเทศ หรือเริ่มธุรกิจใหม่ที่อยากทำ ตรงนี้แหละครับที่จะทำให้คุณเติมเต็มประสบการณ์ที่ฝันไว้ และทำให้คุณได้รับมุมมองใหม่ๆ ที่ไม่เคยสัมผัส

คิดว่ามันเป็นอุปสรรคที่ไปสู่ความสำเร็จในทุกวัน

การที่คุณเบื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คุณหนีมันออกมาทันทีอาจจะเป็นเรื่องง่ายมาก แต่กลับกันคุณลองคิดดูว่า ถ้าคุณสามารถเอาชนะงานตรงหน้าที่คุณเบื่อได้ทุกวัน คุณจะเป็นคนที่เข้มแข็ง อดทนมากแค่ไหน คุณอาจจะมองงานนี้เป็นการทดสอบตัวเอง ท้าทายตัวเอง และเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จของตัวเองก็ได้ ถ้าคุณทำงานนี้ผ่านไปได้ในแต่ละวัน นั่นหมายถึงวันนั้นคุณประสบความสำเร็จเป็นก้าวเล็กๆ ไปเรียบร้อยแล้ว กำลังใจเหล่านี้เองที่จะทำให้คุณมองงานที่เคยเบื่อ เป็นงานที่น่าทำ เพราะมันเป็นเส้นทางสู่ความสำเร็จที่จะทำให้คุณนอนหลับฝันดีในทุกๆ คืน


ที่มา: Smartsme

 2038
ผู้เข้าชม
ทำเว็บธุรกิจ ทําเว็บขายของ ออกแบบเว็บไซต์ เว็บไซต์สำเร็จรูป SoGoodWeb

HR Articles

ในช่วงหนึ่งปัญหาใหญ่ขององค์กรต่างๆ คือ “หาคนเก่งยาก” จึงทำให้เกิดธุรกิจนายหน้าสรรหาคลากรหรือที่เรียกกันว่า Head Hunter หรือ Recruitment Agency เยอะแยะมากมาย ซึ่งก็พอช่วยทำให้ปัญหาการหาคนเก่งลดลงไปได้ระดับหนึ่ง นอกจากนี้ความทันสมัยของเทคโนโลยีอินเตอร์ที่ทำให้คนทำงานเข้าถึงองค์กรและองค์กรเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการทำได้ง่ายขึ้น ปัญหาการหาคนเก่งให้เจอจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
2319 ผู้เข้าชม
สิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางที่แต่ละองค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทของตัวเอง แต่อย่างแรกที่ต้องทำคือการเริ่มจากทัศนคติที่ว่า “เป็นเรื่องโอเครที่จะสร้างความผิดพลาด แต่ต้องเป็นการผิดพลาดที่สามารถนำมาเรียนรู้ต่อได้”
2262 ผู้เข้าชม
บทความนี้ขอพาคุณผู้อ่านมาเรียนรู้วิธีจัดการกับพนักงานที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ โดยเบื้องต้นเราต้องแยกพนักงาน ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. พนักงานไม่รู้ ไม่เข้าใจ 2. พนักงานรู้ แต่ประมาท ลืม หรือไม่ใส่ใจในงานอย่าง เพียงพอ และ 3. พนักงานที่เจตนาทำผิด เมื่อเราแยกพนักงานแต่ละคนออกเป็นกลุ่มๆ ตามการปฏิบัติงานแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ วิธีการจัดการกับพนักงานแต่ละกลุ่ม ซึ่งมี ดังนี้
1522 ผู้เข้าชม
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในคริสต์ศตวรรษที่21มีแนวโน้มที่จะพัฒนาคอมพิวเตอร์ให้มี ความสามารถใกล้เคียงกับมนุษย์ เช่น การเข้าภาษาสื่อสารของมนุษย์ โครงข่ายประสาทเทียม ระบบจำลอง ระบบเสมือนจริง โดยพยายามนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้นลดข้อผิดพลาดและป้องกันไม่ให้นำไป ใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องหรือผิดกฎหมาย แนวโน้มในด้านบวก • การพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ช่องทางการดำเนินธุรกิจ เช่น การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การผ่อนคลายด้วยการดูหนัง ฟังเพลง และบันเทิงต่างๆ เกมออนไลน์ • การพัฒนาให้คอมพิวเตอร์สามารถฟังและตอบเป็นภาษา พูดได้ อ่านตัวอักษรหรือลายมือเขียนได้ การแสดงผลของคอมพิวเตอร์ได้เสมือนจริง เป็นแบบสามมิติ และการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัส เสมือนว่าได้อยู่ในที่นั้นจริง • การพัฒนาระบบสารสนเทศ ฐานข้อมูล ฐานความรู้ เพื่อพัฒนาระบบผู้เชี่ยวชาญและการจัดการความรู้ • การศึกษาตามอัธยาศัยด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) การเรียนการสอนด้วยระบบโทรศึกษา (tele-education) การค้นคว้าหาความรู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงจากห้องสมุดเสมือน (virtual library) • การพัฒนาเครือข่ายโทร คมนาคม ระบบการสื่อสารผ่านเครือข่ายไร้สาย เครือข่ายดาวเทียม ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ทำให้สามารถค้นหาตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ • การบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ โดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายการสื่อสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ดำเนินการของภาครัฐที่เรียกว่า รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-government) รวมทั้งระบบฐานข้อมูลประชาชน หรือ e-citizen
214519 ผู้เข้าชม
Get started for free today. DEMO FREE 60 DAYS
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์