ปัญหาสุขภาพคนทำงาน จัดการก่อนลุกลาม

ปัญหาสุขภาพคนทำงาน จัดการก่อนลุกลาม



ไม่ว่าจะทำงานในสายงานไหนปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดก็คงหนีไม่พ้นปัญหาจุกจิกกวนใจไม่ว่าจากเพื่อนร่วมงาน สถานที่การทำงานที่ไม่เอื้ออำนวย ปัญหารุมเร้าระหว่างลูกค้ากับแผนกที่ต้องประสานงานด้วย และอีกมากมาย ที่รบกวนการทำงานในทุกวัน จนเกิดเป็นความเครียดสะสม ซึ่งปัญหานี้ส่งผลต่อจิตใจ และประสิทธิภาพการทำงานอย่างแน่นอน

สำหรับการจัดการปัญหาสุขภาพจิตจากสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี หรือหน้าที่การงานที่กดดันของคนวัยทำงาน สามารถจัดการได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

  1. กินให้อิ่ม นอนให้หลับครบ 8 ชั่วโมง

ขณะที่เรากำลังมุ่งมั่นกับการทำงาน เรามักละเลยการพักผ่อนของร่างกายไปโดยไม่รู้ตัว การพักผ่อนในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการไปดูหนัง ฟังเพลง หรือนั่งจิบเครื่องดื่มเพลินๆ ในร้านบรรยากาศดีแบบนั้น แต่หมายถึงการกินให้อิ่ม ครบ 5 หมู่ การเลือกทานอาหารที่ดี และมีประโยชน์ ช่วยทำให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้อย่างเต็มที่ และเมื่อประกอบกับการนอนหลับให้ครบ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างมาก ก็ยิ่งช่วยทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้ การนอนหลับอย่างเป็นเวลาช่วยปรับสมดุลของสารเคมีในสมองทำให้เราสามารถจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น และทำให้ไม่เกิดอาการง่วงในที่ทำงาน

  1. ออกกำลังกายวันละน้อย

การออกแรงในการออกกำลังกายเป็นการทำให้ร่างกายได้ปลดปล่อยความเครียดออกมา ช่วยให้เราผ่อนคลายความเครียดได้ และหลังออกกำลังกายสมองจะหลั่งเอนโดรฟินออกมาช่วยให้เรารู้สึกมีความสุขมากยิ่งขึ้น

  1. มองหากิจกรรมยามว่างเฉพาะตัว

การทำกิจกรรมยามว่างช่วยให้เราผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น จากการได้อยู่กับตัวเอง โดยที่ได้ทำกิจกรรมที่ชอบ ซึ่งอาจเป็นการไปเดินพิพิธภัณฑ์ในวันหยุด เย็บปักถักร้อย วาดรูป เดินห้างสรรพสินค้า ซื้อของออนไลน์ ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ

  1. ลดการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น

ข้อนี้อาจดูเป็นเรื่องที่ยากสักนิด แต่ถ้าหากสามารถทำได้ก็จะสร้างความสุขในการทำงานกับผู้อื่นได้มากขึ้น เพราะการเปรียบเทียบจะทำให้มีความกดดันเพิ่มมากขึ้น และทำให้อยู่ในสถานการณ์ของการแข่งขันตลอดเวลา จนอาจพลาดสิ่งดีๆ ที่ได้จากการทำงานไป

  1. หาที่ทำงานใหม่ที่ดีต่อใจมากยิ่งขึ้น

ถ้าหากสังคม และการทำงานในที่ทำงานนั้นแย่มากจริงๆ จนไม่สามารถทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นได้ อย่างการโดนคุกคามทางเพศ หรือการล้อเล่นมากเกินไปจนรู้สึกอึดอัดใจ การมองหาที่ทำงานใหม่ที่มีสภาแวดล้อมที่ดีก็เป็นเรื่องที่ควรทำเช่นกัน


ที่มา: jobsDB

 1304
ผู้เข้าชม
ทำเว็บธุรกิจ ทําเว็บขายของ ออกแบบเว็บไซต์ เว็บไซต์สำเร็จรูป SoGoodWeb

HR Articles

นักบริหารบุคคลหลายคน เมื่อต้องรับภารกิจในการค้นหาสอบสวนเมื่อมีการกระทำผิดที่เกิดในองค์กร หรือ Misconduct มักไม่สบายใจไม่อยากทำเพราะไม่ทราบจะทำอย่างไร เรามีวิธสอบสวนสไตล์ HR มาแนะนำ
3336 ผู้เข้าชม
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในคริสต์ศตวรรษที่21มีแนวโน้มที่จะพัฒนาคอมพิวเตอร์ให้มี ความสามารถใกล้เคียงกับมนุษย์ เช่น การเข้าภาษาสื่อสารของมนุษย์ โครงข่ายประสาทเทียม ระบบจำลอง ระบบเสมือนจริง โดยพยายามนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้นลดข้อผิดพลาดและป้องกันไม่ให้นำไป ใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องหรือผิดกฎหมาย แนวโน้มในด้านบวก • การพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ช่องทางการดำเนินธุรกิจ เช่น การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การผ่อนคลายด้วยการดูหนัง ฟังเพลง และบันเทิงต่างๆ เกมออนไลน์ • การพัฒนาให้คอมพิวเตอร์สามารถฟังและตอบเป็นภาษา พูดได้ อ่านตัวอักษรหรือลายมือเขียนได้ การแสดงผลของคอมพิวเตอร์ได้เสมือนจริง เป็นแบบสามมิติ และการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัส เสมือนว่าได้อยู่ในที่นั้นจริง • การพัฒนาระบบสารสนเทศ ฐานข้อมูล ฐานความรู้ เพื่อพัฒนาระบบผู้เชี่ยวชาญและการจัดการความรู้ • การศึกษาตามอัธยาศัยด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) การเรียนการสอนด้วยระบบโทรศึกษา (tele-education) การค้นคว้าหาความรู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงจากห้องสมุดเสมือน (virtual library) • การพัฒนาเครือข่ายโทร คมนาคม ระบบการสื่อสารผ่านเครือข่ายไร้สาย เครือข่ายดาวเทียม ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ทำให้สามารถค้นหาตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ • การบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ โดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายการสื่อสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ดำเนินการของภาครัฐที่เรียกว่า รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-government) รวมทั้งระบบฐานข้อมูลประชาชน หรือ e-citizen
215671 ผู้เข้าชม
เมื่อทำงานมาสักพัก หลายคนก็เริ่มคิดอยากมีทรัพย์สินใหญ่ๆ เป็นของตัวเองกันแล้ว โดยเฉพาะการซื้อบ้าน ที่ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสำหรับการดำรงชีวิต แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าใดเนื่องจากมีหลายปัจจัยที่สำคัญ ทั้งราคาบ้าน ค่างวดบ้าน ไปจนถึงการใช้ดอกเบี้ยบ้านเพื่อลดหย่อนภาษี
1673 ผู้เข้าชม
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่มีการจดทะเบียนเข้าอยู่ในรูปบริษัทแล้ว เมื่อมีรายจ่ายต่างๆ ที่เจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องว่าจ้างให้ทำของหรือใช้บริการ ยกตัวอย่าง จ้างฟรีแลนซ์ (บุคคลทั่วไป) ให้ทำเว็บไซต์ ออกแบบกราฟิก จ้างช่างมาซ่อมแอร์ หรือการว่าจ้างบริษัทต่างๆ เช่น บริษัทบัญชี บริษัทออกแบบโฆษณา หรือค่าบริการที่จำเป็นต่างๆ เช่น ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าประกันภัยสินค้า ค่าประกันขนส่ง ค่าเช่าออฟฟิศ ฯลฯ รายจ่ายเหล่านี้ ในฐานะเจ้าของธุรกิจซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจะมีหน้าที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย ของเงินค่าจ้างของผู้ให้บริการออกมาด้วย โดยที่เงินนี้จะไม่ใช่เงินของเรา แต่เป็นเงินที่ต้องนำส่งกรมสรรพากร
14654 ผู้เข้าชม
Get started for free today. DEMO FREE 60 DAYS
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์