“Growth Mindset" เคล็ดลับสร้างความสุขในการทำงาน

“Growth Mindset" เคล็ดลับสร้างความสุขในการทำงาน



"Mindset" เป็นกรอบแนวคิด ความเชื่อ มุมมอง และทัศนคติที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู
การศึกษา ประสบการณ์ที่ผ่านมา และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาก่อน ถือว่าเป็นส่วนที่อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็ง (Iceberg
Model) ที่มองเห็นและประเมินได้ยากว่าแต่ละคนจะมี Mindset กันแบบใด และต้องใช้เวลาในการพัฒนา
Mindset นั้น โดยมีความเชื่อว่า Mindset จะส่งผลต่อไปยังพฤติกรรมที่เป็นการแสดงออกของแต่ละบุคคล
(Behavior) 

Growth Mindset แตกต่างกับ Fixed Mindset อย่างไร

ผู้ให้คำนิยามความแตกต่างระหว่าง Growth Mindset และ Fixed Mindset คือ ศาสตราจารย์ Carol S. Dweck
เป็นผู้คิดค้นทฤษฏีเรื่อง Mindset ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ที่มหาวิทยาลัย Stanford
ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่ง Carol แบ่ง Mindset เป็น 2 แบบ ได้แก่

Growth Mindset : ความคิดแบบเติบโต

ความคิดที่มีความเชื่อว่าคนเราเรียนรู้และพัฒนาได้
มองว่าทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นและเป็นไปได้ด้วยความพยายาม ความมุ่งมั่น ความกระตือรือร้น และการไม่ย่อท้อ
ต่อปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น
เป็นความคิดที่พยายามทำในสิ่งที่ท้าทายให้สำเร็จ
ไม่กลัวความผิดพลาดและความล้มเหลว

Fixed Mindset : ความคิดแบบยึดติด

เป็นความคิดที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ยึดติดกับความภาคภูมิใจที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
ไม่มีความพยายามที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองให้มีความสามารถที่ดีขึ้น
กลัวที่จะเจอปัญหา และไม่ยอมคิดหาวิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น กลัวความล้มเหลว
ไม่ชอบทำนิส่งที่ยากและท้าทายตนเอง

ถ้าคุณมีความคิดแบบ Growth Mindset คุณจะมีพฤติกรรมการแสดงออกแบบ Growth Behavior ในขณะ
ที่ถ้าคุณมีความคิดแบบ Fixed Mindset คุณจะมีพฤติกรรมการแสดงออก Fixed Behavior แล้วคุณคิดว่าคนที่มี
Mindset แบบใดที่จะมีความสุขในการทำงานและการใช้ชีวิต

แน่นอนว่าคำตอบของคุณก็คือ Growth Mindset เพราะไม่มีใครไม่อยากมีความสุข ซึ่งความสุขสร้างไม่ยากเพียง
แค่ปรับ Mindset ของตัวคุณเอง โดยมีความเชื่อว่าถ้าคุณมี Growth Mindset คุณจะมีความพร้อมที่จะดึงพลังงาน
ภายในหรือศักยภาพที่มีอยู่ในตัวคุณนำออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่

Growth Mindset เป็นกรอบแนวคิดที่ทำให้เรามองโอกาส มองไปข้างหน้า สร้างความหวังและความฝันของเรา
เพื่อหาหนทางให้ความฝันนั้นบรรลุผลสำเร็จ ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ทางผ่านของชีวิตที่ทุกคนต้องเจอ
ต่างกันตรงที่แต่ละคนจะรับมือกับปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นอย่างไร กรอบแนวคิดแบบเติบโตจะทำให้คุณข้ามเรื่องเล็กๆ
น้อยๆ แบบคิดใหญ่ไม่คิดเล็ก ทำให้คุณมีพลังที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้คุณไม่หยุดนิ่งหรือรอคอยให้คนอื่นมาช่วย
แต่จะทำให้คุณมีความพยายามในทุกทางเพื่อฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น 

เมื่อ Fixed Mindset  เกิดขึ้น คุณจึงควรหาจังหวะที่จะหนีจากกรอบความคิดแบบยึดติดนี้ เพราะจะทำให้คุณหยุดนิ่ง
กับที่ ไม่เรียนรู้ ไม่พัฒนาตนเอง และไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
อย่างรวดเร็วได้

ที่มา : www.jobdst.com

 3348
ผู้เข้าชม
ทำเว็บธุรกิจ ทําเว็บขายของ ออกแบบเว็บไซต์ เว็บไซต์สำเร็จรูป SoGoodWeb

HR Articles

ใครที่รู้ตัวว่ามีรายได้ที่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษี รับรองว่าบทความนี้มีประโยชน์ต่อคุณแน่นอน เพราะวันนี้เรามี 10 วิธีที่จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าอะไรที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามแบบฉบับมนุษย์เงินเดือน พราะค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวีตประจำวันสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้มากมาย อีกทั้งยังมีประกันลดหย่อนภาษีที่คุณอาจยังไม่รู้มาก่อนอีกเช่นกัน
1314 ผู้เข้าชม
ก่อนที่จะกล่าวถึงเรื่อง คุณสมบัติของผู้นำ มองย้อนยุคกลับไปสู่อดีต สิ่งแรกซึ่งเป็นสัจธรรมของชีวิตและสังคมที่ใคร่ขอนำมาย้ำความสำคัญไว้ ณ โอกาสนี้คือ หากไม่มีวันนั้นย่อมไม่มีวันนี้ การที่ชี้ให้หวนกลับไปมองสู่อดีต เพื่อประโยชน์ของคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งพึงได้รับอย่างลึกซึ้ง น่าจะได้แก่ ผลจากการคิดได้ถึงสิ่งอันเป็นที่มา ย่อมทำให้เกิดการเจริญสติภายในรากฐานของแต่ละคน เพื่อให้ชีวิตอนาคตรู้ความจริงและใช้ เป็นพื้นฐานในการก้าวต่อไปได้มั่นคงยิ่งขึ้น ผู้ใหญ่ในอดีตเคยยืนยันสัจธรรมของการดำเนินชีวิต ฝากไว้ให้ลูกหลานรับไปพิจารณาว่า จะทำอะไรอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ขอให้ทำหน้าที่ ณ จุดนั้นอย่างดีที่สุด อย่าได้ คิดโลภโมโทสัน ทำให้เกิดความทุกข์แก่ตนเอง และสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่อยู่ ร่วมกันในสังคม
2583 ผู้เข้าชม
การวิจารณ์ที่ดีเป็นไปเพื่อเสริมสร้างและชี้แนะผู้ถูกวิจารณ์ให้เกิดการพัฒนา ไม่ใช่เพื่อจ้องจับผิด หรือต้องการประจานให้เสียหายแต่อย่างใด หากแต่บางครั้งบางคราที่ผู้วิจารณ์มีเจตนาดีแต่ไม่รู้วิธีพูด ความหวังดี จึงกลับกลายเป็นการทำร้ายให้เจ็บช้ำน้ำใจได้โดยไม่รู้ตัว ผู้มีหน้าที่ในการบริหารบุคลากรจึง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จักวิธีการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์
2519 ผู้เข้าชม
1.ไม่เป็นไร ผิดพลาดกันได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทำงานผิดพลาดแล้วยังจะมานั่งโทษตัวเองให้เหนื่อยทำไม ให้กำลังใจตัวเองเพื่อทำงานชิ้นต่อไปดีกว่า ยิ่งเรามัวจมกับความผิดพลาดเดิม ๆ เราก็จะทำงานอื่นต่อไม่ได้ สู้เอาความผิดพลาดมาทำให้ถูกต้องในงานชิ้นใหม่ดีกว่า สัจธรรมของชีวิตที่ต้องจำไว้อย่างหนึ่งก็คือ ไม่มีใครจำเรื่องของคนอื่นนานหรอก ถึงใครจะว่าเรามากมายแค่ไหน แต่พอเดินพ้นหน้าเราไปเขาก็ต้องคิดเรื่องอื่นแทน แล้วเราจะมาลงโทษตัวเองอยู่ทำไม 2.งานไม่ได้หนักทุกวันสักหน่อย เดี๋ยวก็ได้พักแล้ว เวลางานล้นมือเราอาจท้อ แต่ท้อไปงานก็ไม่เสร็จ ลุกมาทุ่มเททำให้เสร็จ ๆ ไปดีกว่า เหนื่อยแค่ไหนเดี๋ยวก็ได้พัก และสิ่งที่เราต้องทำเมื่องานเยอะ คือจัดระเบียบเส้นตายของงานแต่ละชิ้น เจรจาต่อรองถ้าคิดว่าจะไม่เสร็จตรงเวลา แล้วก็ค่อย ๆ ทำไปทีละงาน เดี๋ยวดีเอง 3.ถึงจะไม่เก่งงานนี้ แต่เราก็พยายามเต็มที่แล้ว บ่อยครั้งที่เราได้รับมอบหมายงานที่ไม่ถนัด ก็คิดเสียว่าไม่เป็นไร ทำให้เต็มที่ แต่ก่อนทำก็บอกคนที่มอบหมายหน่อยว่าไม่ค่อยถนัดนะ แต่จะทำเต็มที่ ผิดพลาดอะไรก็บอกได้ เขาจะได้ไม่คาดหวังมาก แต่ถ้าทำออกมาแล้วดีก็ถือเป็นกำไร อย่าเสียใจที่ทำงานบางประเภทไม่เก่ง เพราะเราก็อาจจะเก่งในงานประเภทอื่นก็ได้ จำไว้ว่าปลาอาจจะว่ายน้ำเก่งกว่าลูกสุนัข แต่ปลาก็วิ่งไม่ได้เหมือนกัน ถ้าปลาตัวหน่งจะโดดขึ้นมาบนบกแล้วคืบคลานจนถลอกปอกเปิกก็คงไม่มีใครว่าอะไร เพราะมันเป็นปลาจริงไหม
1683 ผู้เข้าชม
Get started for free today. DEMO FREE 60 DAYS
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์