HR ยุคนี้ต้องเป็นอย่างไร

HR ยุคนี้ต้องเป็นอย่างไร




HR สำหรับคุณคืออะไร

หลาย ๆ คนน่าจะมีคำตอบอยู่ในใจไปในทิศทางเดียวกัน งาน HR คือแผนกที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องพนักงานของบริษัท รับพนักงานเข้า ดูแลพนักงานที่อยู่ ทำเรื่องให้คนออก ดูแลสวัสดิการและความเป็นอยู่ของพนักงานทุกคน ภาพต่าง ๆ เหล่านั้นอาจจะเป็นภาพที่ HR สร้างให้ตัวเองมาโดยตลอด แต่ในวันนี้ HR ยังควรรักษาเพียงภาพนี้เอาไว้อย่างเหนียวแน่นหรือไม่ ด้วยสภาพเศรษฐกิจ สังคมที่ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงพนักงานที่เริ่มเปลี่ยนจากรุ่นสู่รุ่น และเทคโนโลยีที่เข้ามาทำให้รูปแบบของการทำงานต่างไปจากเดิม หาก HR  ยังคงอยู่เฉย ๆ โดยไม่ปรับตัว อาจส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพขององค์กรโดยรวมได้อย่างไม่คาดคิด

 

HR ต้องรู้ธุรกิจของบริษัท

ทุกบริษัทต่างก็ต้องการผลกำไรที่เพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งนั่นย่อมเป็นผลมาจากประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นของพนักงานทุกคน HR มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในจุดนี้เพราะเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดเลือกพนักงานและบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลโดยตรง หากคุณไม่รู้เลยว่าธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างไร คุณก็เพียงแต่จะรับฟังความต้องการของแผนกต่าง ๆ และจัดหาคนหรือดำเนินงานไปตามนั้นแบบไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง จะดีกว่าหรือไม่ หาก HR สามารถทำการวิเคราะห์และแนะนำได้ว่า จากรูปแบบธุรกิจและสิ่งที่พวกเขาต้องการนั้น คุณสามารถนำเสนออะไรให้ได้บ้าง HR ไม่ควรเป็นแค่ฝ่ายบุคคลที่ดูแลแต่งานเอกสารอีกต่อไป แต่ควรวางตัวเป็นเหมือนหนึ่งในผู้ร่วมธุรกิจ (strategic partner) ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อผลประกอบการของบริษัทเช่นกัน ต่างไปก็เพียงคุณบริหารผ่านทางบุคคลและการวางแผนพัฒนาพวกเขาเหล่านั้น ทุกคนในบริษัทคือลูกค้าและผู้ร่วมธุรกิจที่คุณต้องดูแลเป็นอย่างดี

 

HR ต้องคิดนอกกรอบบ้าง

เมื่อโลกเปลี่ยน พนักงานที่ทำงานเปลี่ยนรุ่น รูปแบบของงานก็เปลี่ยน ดังนั้น HR เองก็ควรจะเริ่มมองหาสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพขององค์กรให้ก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงนี้ไปได้อย่างราบรื่น จะเพิ่มเติมแผนสวัสดิการหรือสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ ที่เหมาะสมกับพนักงานหมู่มากของบริษัทในตอนนี้ได้บ้าง

ดูตัวอย่างจากบริษัทชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็นการจัดที่ทำงานให้มีพื้นที่สำหรับเล่นและพักผ่อน มีขนมและของขบเคี้ยวให้ฟรีเพื่อเอื้ออำนวยต่อความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานหรือมีนโยบายการรับพนักงานโดยดูจากความสามารถเป็นหลัก ไม่ใช่ใบปริญญา

บริษัทต่าง ๆ เริ่มมีนโยบายการทำงานที่ยืดหยุ่นขึ้น เพิ่มสวัสดิการพิเศษดูแลกลุ่มพนักงานที่มีคุณภาพแต่มีอัตราการลาออกสูง ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มคุณแม่ ก็มีบริษัทหนึ่งในไทยเองได้เตรียมเพิ่มสวัสดิการลาคลอด 6 เดือนโดยยังจ่ายค่าจ้างในอัตราปกติซึ่งจะเริ่มต้นในปี 2559 รูปแบบเหล่านี้กำลังได้รับความสนใจในแวดวง HR ทั้งไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีผลวิจัยและบทความต่าง ๆ ออกมามากมายในระยะหลังนี้ว่าปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานคือสภาพจิตใจที่มีความสุขของพนักงาน  อย่าลืมว่าประชากรกลุ่มที่รักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจอย่าง Baby boomer กำลังค่อย ๆ ทยอยเกษียณอายุออกไป พนักงานรุ่นใหม่อย่าง Gen X และ Gen Y ที่กำลังขยายตัวขึ้นมาเป็นประชากรหลักในบริษัทต่างก็ให้ความสำคัญในเรื่องความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวเป็นอย่างมาก

ดังนั้น HR เองควรมีการเก็บข้อมูล สถิติต่าง ๆ เพื่อใช้วิเคราะห์ วางแผนและปรับปรุงนโยบายอย่างต่อเนื่องและสร้างสรรค์เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที

 

HR ต้องทันเหตุการณ์บ้านเมือง

จริงอยู่ว่า HR เป็นงานที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภายในบริษัท แต่ถ้า HR ปิดหูปิดตา ไม่ลองมองโลกภายนอกบ้างว่ามีอะไรใหม่เกิดขึ้นในสังคมหรือในแง่เศรษฐกิจแล้ว ก็อาจทำให้บริษัทพลาดอะไรหลาย ๆ อย่างได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่นเรื่อง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ที่ฟังดูเหมือนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับ HR มากนัก แต่กลับสามารถส่งผลต่อเรื่องแรงงานได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวโน้มการโยกย้ายของแรงงานฝีมือดีที่เป็นที่ต้องการในตลาดอาเซียน HR เองอาจจะต้องกลับมามองโครงสร้างสวัสดิการและผลตอบแทนของบริษัทบ้างว่ายังมีความสามารถที่จะแข่งขันกับทั้งตลาดภายในประเทศรวมถึงตลาดแรงงานอาเซียนอยู่หรือไม่ หรืออาจจะต้องมีการเตรียมนโยบายเพื่อรับมือความหลากหลายทางเชื้อชาติของแรงงานที่กำลังจะเพิ่มขึ้นเอาไว้บ้าง

 

HR ต้องเพิ่มคุณค่าในตัวเอง

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด อย่าลืมว่าพนักงาน HR เองก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่คุณต้องดูแล หากผู้บริหาร HR  มุ่งมั่นที่จะดูแลคนทั้งองค์กรแต่ลืมพัฒนาบุคคลากรของตัวเองแล้วเป้าหมายก็คงจะไม่สำเร็จได้โดยง่าย พนักงาน HR ต้องได้รับการพัฒนาไม่ต่างจากพนักงานคนอื่น ๆ เช่นกัน และควรจะต้องได้รับการดูแลก่อนเป็นอันดับแรกเสียด้วย ยิ่งคน HR มีความสามารถมากเท่าไร ก็จะยิ่งสามารถดูแลและพัฒนาต่อยอดพนักงานคนอื่น ๆ ได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น นอกจากที่จะต้องเพิ่มความรู้ด้านธุรกิจของบริษัทให้ตัวเองแล้ว พนักงาน HR ต้องไม่ทิ้งความรู้เรื่องงานบริหารทรัพยากรบุคคล และควรเสริมสร้างทักษะด้านต่าง ๆ เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจ ความน่าเชื่อถือแก่ตนเองให้มากขึ้นอีกด้วย

 

แท้จริงแล้ว หน้าที่หลักของ HR ในยุคนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปนัก แต่สิ่งที่ควรจะต้องเปลี่ยนแปลงคือทัศนคติในการทำงานที่มี แทนที่จะรอเป็นฝ่ายรับและตอบสนองไปตามข้อมูลจากแผนกอื่น ๆ HR ในวันนี้ควรดำเนินการในเชิงรุกให้มากขึ้น ทั้งการพัฒนาตัวเอง ทั้งการศึกษา เก็บข้อมูล ทำการวิเคราะห์และนำเสนอแก่ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จริงอยู่ สิ่งที่เราเคยทำกันมาในอดีตอาจเคยให้ผลลัพธ์ที่ดีมาโดยตลอด แต่ในวันนี้ปัจจัยต่าง ๆเปลี่ยนแปลงไปแล้วไม่น้อย ดังนั้น HR  จึงมีหน้าที่ต้องเพิ่มทางเลือกให้องค์กรด้วยการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกันค่ะ


ที่มา: JobsDB

 1553
ผู้เข้าชม
ทำเว็บธุรกิจ ทําเว็บขายของ ออกแบบเว็บไซต์ เว็บไซต์สำเร็จรูป SoGoodWeb

HR Articles

ยุค “ไทยแลนด์ 4.0” ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำหรับฝ่ายทรัพยากรบุคคลหลายต่อหลายอย่างซึ่งนั่นนำมาซึ่งการปรับตัวให้เข้าสู่ยุค HR 4.0 ด้วยเช่นกัน และหนึ่งในภาระหน้าที่ของฝ่าย HR ที่มีการปรับเปลี่ยนตามยุคเป็นอันดับแรกๆ ก็คือการสรรหาทรัพยากรบุคคลนั่นเอง ลองมาดูกันดีกว่าว่าเทรนด์มาแรงของการสรรหาทรัพยากรบุคคลในยุค HR 4.0 นี้จะมีอะไรกันบ้าง
4952 ผู้เข้าชม
กระบวนการสมัครงานของคุณได้ผ่านพ้นไปแล้วตั้งแต่ขั้นตอนการส่งประวัติส่วนตัวไปยังนายจ้างการสัมภาษณ์งานในแต่ละรอบ จนตอนนี้คุณคือผู้ถูกเลือกจากนี้ไปคุณต้องทำอะไรบ้าง ตรวจสุขภาพ บางบริษัทอาจส่งคุณไปตรวจร่างกาย ว่าคุณมีสุขภาพดีสามารถทำงานให้เขาได้หรือไม่ ซึ่งหากไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง ส่วนใหญ่ก็ไม่มีปัญหา ได้ทำงานแน่นอน หาผู้ค้ำประกัน หากเป็นงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับเงิน ๆ ทอง ๆ อาจต้องมีผู้ค้ำประกัน ซึ่งบางแห่งไม่อนุญาตให้ญาติเป็นผู้ค้ำประกัน ผู้สมัครงานจึงต้องหาผู้ใหญ่ที่เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับนับถือมาเป็นผู้ค้ำประกันให้ ทำสัญญาว่าจ้าง โดยทั่ว ๆ ไปเป็นสัญญามาตรฐานว่ามีการตกลงว่าจ้างงานกัน รวมถึงเรื่องอัตราค่าจ้าง ผลตอบแทนต่าง ๆ และข้อบังคับของบริษัท ทดลองงาน แม้คุณจะได้เข้าทำงานแล้ว แต่คุณยังไม่ได้เป็นพนักงานเต็มตัว ต้องผ่านการทดลองงานเสียก่อน โดยปกติแล้วใช้เวลา 3-6 เดือน จึงจะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ
4347 ผู้เข้าชม
เคยสงสัยไหมว่าระหว่างการลดหย่อนภาษีทุกเม็ด กับการไม่ลดหย่อนภาษี มีเงินได้สุทธิเท่าไหร่ก็คำนวณภาษีจ่ายเท่านั้นเลย อันไหนถึงจะคุ้มค่าหรือดีกว่ากัน? วันนี้ผู้เขียนก็เลยมีเรื่องมาเล่าให้ทุกคนฟังกัน
1347 ผู้เข้าชม
บทความนี้ขอพาคุณผู้อ่านมาเรียนรู้วิธีจัดการกับพนักงานที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ โดยเบื้องต้นเราต้องแยกพนักงาน ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1. พนักงานไม่รู้ ไม่เข้าใจ 2. พนักงานรู้ แต่ประมาท ลืม หรือไม่ใส่ใจในงานอย่าง เพียงพอ และ 3. พนักงานที่เจตนาทำผิด เมื่อเราแยกพนักงานแต่ละคนออกเป็นกลุ่มๆ ตามการปฏิบัติงานแล้ว ขั้นตอนต่อไป คือ วิธีการจัดการกับพนักงานแต่ละกลุ่ม ซึ่งมี ดังนี้
1550 ผู้เข้าชม
Get started for free today. DEMO FREE 60 DAYS
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์