Inside ชีวิต: พูดคุยอย่างไรให้คนชอบ

Inside ชีวิต: พูดคุยอย่างไรให้คนชอบ

ผมเคยพบคนที่มีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ หลายๆ คน บางคนเป็นคนมีเสน่ห์ คุยแล้วชอบ บางคนพอเริ่มคุยก็เดินหนีห่างออกมา ไม่ชวนให้อยากคุยด้วยเลข

การพูดคุยให้เป็นนี้ เป็นทักษะที่ควรหัดให้มีเอาไว้ เป็นการเสริมสร้างบุคลิกภาพและมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ทำให้ได้มิตรภาพมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การงานและสังคมที่ดีต่อไป

ต่อไปนี้เป็นข้อแนะนำที่เลือกเอาไปใช้ได้ครับ

1. สร้างความมั่นใจให้ตัวเองก่อน โดยให้เชื่อว่าตัวเราเองและทุกคนรวมทั้งคนที่เราจะพูดด้วยก็เป็นคน "เก่งมาก-ดีมาก" ตามสภาพเป็นจริงของแต่ละคน ซึ่งไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน และไม่ต้องเปรียบเทียบกัน เราจะชอบตัวเองและชอบคนอื่นๆ ด้วย ถ้ามองข้ามข้อบกพร่องของตัวเองหรือของคนอื่นได้ ก็ให้มองข้ามเสีย เขาต้องรับผลกรรม ตามกฎแห่งกรรม

2. สร้างภาษากายที่บวก (+) ซึ่งคนจะชอบ เป็นลักษณะบุคลิกภาพแบบเปิดตัว เปิดเผยเช่น ยิ้มแย้ม พร้อมพยักหน้า สบตา พร้อมจะกล่าวคำพูดบางอย่างที่แสดงถึงความสนใจและเป็นมิตร เช่น ดีจัง โอ้โห ใช่แล้ว ไม่ยืนกอดอก เอามือล้วงกระเป๋า ขัดคอ หรือส่ายหน้า ซึ่งถือว่าเป็นบุคลิกภาพแบบ "ปิดตัว"

3. ถ้าอยากแสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมือนใคร ก็ให้รอจังหวะให้เขาพูดให้จบก่อน แล้ว กล่าวว่า ที่อีกฝ่ายพูดก็น่าสนใจดี แต่อยากเสนอแนวคิดอีกทางหนึ่ง โดยใช้ภาษา พูดธรรมดาและมีสีหน้ายิ้มๆ ไม่ต้องแสดงสีหน้า คำพูด ที่เอาจริงเอาจัง หรืออยากเอาชนะ จะกลายเป็นการสร้างศัตรู

4. การเริ่มต้นคุยกับคนใหม่ ๆ หรือคนแปลกหน้า ให้คุยเรื่องเบาๆ ที่ทุกคนสามารถร่วมคุยได้ ให้เริ่มจากสิ่งที่มองเห็นในขณะนั้น เช่น ดิน ฟ้า อากาศ การตกแต่งสถานที่ เรื่อง อาหาร การท่องเที่ยว สุขภาพ กีฬา เป็นการเปิดฉากการสนทนา เพื่อจะได้รู้ว่าเขาชอบคุยเกี่ยวกับอะไร แล้วจึงสานต่อ ถ้าเขาไม่อยากคุยด้วยเพราะเหตุใดก็ตาม จงถอยห่างออกมา และอย่าถือสาเขาเลย เขาอาจมีปัญหาส่วนตัวของเขาก็ได้

5. ให้ความสำคัญคู่สนทนา จงหาโอกาสชมเชยเขาบ้าง ถ้าไม่รู้จักตัวตนเขาลึกซึ้ง ก็ให้ชมสิ่งของใช้ของเขาที่แลดุดีก็ได้ เช่น เขาซื้อของชิ้นนี้จากที่ไหน แลดูดีมาก แต่อย่าให้เกินความจริงจนรู้สึกเป็นการป้อยอ ถ้านั่งโต๊ะรับประทานอาหารด้วยกัน ควรแสดงความเอื้อเฟื้อโดยหยิบขวดเกลือ พริกไทย น้ำตาล นม ส่งให้คนข้างเคียงตามความเหมาะสมด้วย

6. อย่าพูดเรื่องปมด้อยของเขาเด็ดขาด แม้จะมองเห็นและเป็นความจริง ก็ห้ามพูด เช่น ความอ้วน ดำ เตี้ย ฯลฯ และอย่านำปมด้อยของตัวเองมาเล่าด้วย เพราะเขาจะไม่ชอบเราทั้งกรณี แม้ปากจะบอกว่าไม่ถือๆ ก็ตาม

7. อย่าถามเรื่องส่วนตัวที่ลึกซึ้ง เช่น สถานภาพสมรส รายได้

8. กระจายความสนใจและการพูดคุยไปสู่คนอื่นบ้าง ไม่ใช้ตั้งหลักคุยกับใครสักคนที่ชอบเป็นคนสำคัญ ทำให้ขาดโอกาสรู้จักคนอื่น ๆ ถ้ามีคนที่รู้จักกันเข้ามาร่วมวงสนทนา อย่าลืมแนะนำให้เขารู้จักกับคนที่เราคุยอยู่แล้วด้วย

9. ให้โอกาสคู่สนทนาพูดคุยถึงตัวเขาเองด้วย ไม่พูดคุยถึงตัวเรามาก ถ้าเบื่อคู่สนทนาที่ชอบพูดถึงตัวเอง หรือครอบครัวของเขานานไป ก็เปลี่ยนเรื่องคุย หรือเลี่ยงไปที่อื่น

10. อย่าชมเชยตัวเอง อย่าวิจารณ์ตัวเอง อย่าผูกขาดการพูดอยู่คนเดียว

11. ควรมีอารมณ์ขันระหว่างคุย แต่อย่าให้ลามก หรือโหดร้าย ไม่นินทาคนอื่น

12. เป็นผู้ฟังที่ดี อย่าสร้างศัตรู

13. สร้างความรูสึกดีๆ ตอนจากกัน ด้วยคำขอบคุณที่ได้ความรู้บางอย่างจากเขา หรือ พูดว่าคงมีโอกาสดีๆ ได้พูดคุยกับเขาอีก

ปากมีไว้พูดคุย เพื่อสร้างมิตร สร้างความสุข

และสมองมีไว้คิด เพื่อสร้างสรรค์

จงใช้ปาก และสมองให้ดีเวลาพูดคุยกับคนอื่น เพื่อสร้างมิตร และสร้างสรรค์ครับ

 504
ผู้เข้าชม
ทำเว็บธุรกิจ ทําเว็บขายของ ออกแบบเว็บไซต์ เว็บไซต์สำเร็จรูป SoGoodWeb

HR Articles

ปัญหาวุ่น ๆ ของการประสานงาน ไม่มีใครที่ไม่เคยเจอปัญหาในการติดต่อประสานงาน แม้แต่ตัวอลิสเองก็ยังต้องเจอะเจอกับเรื่องวุ่น ๆ ในการติดต่อประสานงานกับผู้อื่นเลย แต่สิ่งสำคัญก็คือ จะเอาชนะปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นได้อย่างไร พบว่าโดยส่วนใหญ่ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการติดต่อประสานงานมักจะเป็นเรื่องของการบริหารคน เราไม่สามารถบังคับให้ใครทำอะไรตามใจเราได้ คนเป็นเรื่องที่เราควบคุมค่อนข้างลำบาก เรื่องหนักใจอยู่ที่ว่า เราต้องไปติดต่อประสานงานกับคนที่คุยกันแล้วจูนกันไม่ติด พูดกันไม่รู้เรื่อง คิดกันคนละอย่าง และที่ซ้ำร้ายหากคุณต้องไปติดต่อประสานงานกับคนที่ไม่ถูกชะตากัน รับรองว่าใครก็ใคร จะต้องคิดมาก กลุ้มใจ หรือมีปัญหาเกิดขึ้นตามมาสารพัด
1445 ผู้เข้าชม
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในคริสต์ศตวรรษที่21มีแนวโน้มที่จะพัฒนาคอมพิวเตอร์ให้มี ความสามารถใกล้เคียงกับมนุษย์ เช่น การเข้าภาษาสื่อสารของมนุษย์ โครงข่ายประสาทเทียม ระบบจำลอง ระบบเสมือนจริง โดยพยายามนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากขึ้นลดข้อผิดพลาดและป้องกันไม่ให้นำไป ใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องหรือผิดกฎหมาย แนวโน้มในด้านบวก • การพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ช่องทางการดำเนินธุรกิจ เช่น การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การผ่อนคลายด้วยการดูหนัง ฟังเพลง และบันเทิงต่างๆ เกมออนไลน์ • การพัฒนาให้คอมพิวเตอร์สามารถฟังและตอบเป็นภาษา พูดได้ อ่านตัวอักษรหรือลายมือเขียนได้ การแสดงผลของคอมพิวเตอร์ได้เสมือนจริง เป็นแบบสามมิติ และการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัส เสมือนว่าได้อยู่ในที่นั้นจริง • การพัฒนาระบบสารสนเทศ ฐานข้อมูล ฐานความรู้ เพื่อพัฒนาระบบผู้เชี่ยวชาญและการจัดการความรู้ • การศึกษาตามอัธยาศัยด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-learning) การเรียนการสอนด้วยระบบโทรศึกษา (tele-education) การค้นคว้าหาความรู้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงจากห้องสมุดเสมือน (virtual library) • การพัฒนาเครือข่ายโทร คมนาคม ระบบการสื่อสารผ่านเครือข่ายไร้สาย เครือข่ายดาวเทียม ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ทำให้สามารถค้นหาตำแหน่งได้อย่างแม่นยำ • การบริหารจัดการภาครัฐสมัยใหม่ โดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายการสื่อสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ดำเนินการของภาครัฐที่เรียกว่า รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-government) รวมทั้งระบบฐานข้อมูลประชาชน หรือ e-citizen
5303 ผู้เข้าชม
การเรียนรู้การทำงานเป็นทีม สามารถสร้างคุณค่าของทีมให้อยู่เหนือกว่าคุณค่าของบุคคล 1.พฤติกรรมการเรียนรู้ในการเรียนรู้เป็นทีม ถ้ามองลงไปให้ลึก จะพบว่าพวกเราทุกคนเป็นนักเรียนทั้งสิ้น ไม่เพียงเพราะธรรมชาติของเราที่ต้องเรียนรู้เท่านั้น แต่เรายังรักที่จะเรียนด้วย ตลอดชีวิตของมนุษย์ ย่อมต้องมีการเรียนรู้เกิดขึ้น ซึ่งอาจเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเองหรือได้รับการสั่งสอนจากบุคคลอื่น การเรียนรู้ ทำให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติสุข พฤติกรรมการเรียนรู้ในการเรียนรู้เป็นทีม เป็นด้านที่แสดงถึงการที่สมาชิกในทีม ได้รับการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา มีความมั่นใจในการปฏิบัติงาน มีความรับผิดชอบต่อการพัฒนาตนเอง เรียนรู้จากประสบการณ์ ในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย โดยจำเป็นจะต้องค้นคว้าหาความรู้ ไม่เฉพาะความรู้เกี่ยวกับงานที่ทำอยู่เท่านั้น แต่ต้องมีความรู้รอบตัวที่เกี่ยวเนื่องกับงานที่ทำอยู่ด้วย และที่สำคัญคือการเรียนรู้จากบุคคลรอบตัว (Collaborative Learning) ในระหว่างผู้ร่วมงานภายในองค์กรรวมถึงการเรียนรู้จากบุคคลภายนอกองค์กร หรือจากผู้ที่เกี่ยวข้องในงานที่อาจจะพบปะกันเพียงครั้งคราว อาทิ ลูกค้า ผู้จัดจำหน่าย คู่ค้า (Supplier) พันธมิตร (Partners) ชุมชน (Community) เป็นการเรียนรู้ร่วมกันจากทุกคนรอบตัว แสวงหาความรู้อยู่เป็นนิจ วิธีการเรียนรู้จากบุคคลอื่น อาจทำได้โดยการศึกษาลูกค้าของสินค้าและบริการนั้นๆ โดยการศึกษาข้อมูลย้อนกลับจากลูกค้า หรือการสังเกตปฏิกิริยาของลูกค้าในสภาพจริงและคิดเสมอว่า ความรู้เป็นสิ่งประเทืองปัญญาหรือเป็นความเจริญงอกงามทางปัญญาที่เกิดขึ้นได้ทุกเรื่องตลอดเวลา ทุกสถานการณ์
6248 ผู้เข้าชม
โซลูชั่นเพื่อการคิดคำนวณเวลาขององค์กรโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ค่าใช้จ่าย จะมุ่งเป้าไปยังการคิดและคำนวณเวลาทำงานของพนักงาน รวมถึงค่าตอบแทน หน้าที่และแผนกที่สังกัด ทั้งยังให้ส่วนบริหารตรวจสอบและติดตามผล พร้อมกับตรวจวัดประสิทธิภาพการทำงานได้ด้วย ต่อไปนี้เป็นการตรวจสอบและตรวจวัดที่คุณอาจนำไปใช้ เพื่อประเมินชุดซอฟต์แวร์สำหรับงานดังกล่าว
491 ผู้เข้าชม
Get started for free today. DEMO FREE 60 DAYS
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์