เริ่มต้นทำงานใหม่อย่างไรให้มีความสุข

เริ่มต้นทำงานใหม่อย่างไรให้มีความสุข


      เป็นสิ่งที่คนเปลี่ยนงานต้องการทุกคน เพราะ การจากงานที่เคยทำมา ไม่ว่าที่เก่ามันจะดี หรือไม่ดีอย่างไร ก็จะมีความรู้สึกที่บอกไม่ถูกกับที่ใหม่ เสมอๆ เวลาเข้าใกล้ที่จะออกจากงานเก่ามากเท่าไหร่ ยิ่งกังวลมากยิ่งขึ้น  เขาจะรับเข้าทำงานจริงไม๊น๊อ ที่ทำงานใหม่จะดีอย่างเก่าหรือเปล่าน๊อ ที่ทำงานเก่าจะด่าเราไล่หลังไม๊น๊อ สารพัดที่จะคิด คิดไป คิดมา คิดมาก อดหลับ อดนอน อีก ไปทำงานที่ใหม่ กลายเป็น หมีแพนด้า ไปเลย

วิเคราะห์ สาเหตุ ของการคิดมากกันดีกว่า จะได้หาวิธีจัดการมัน

      ส่วนใหญ่ ที่ใหม่ที่รับคนเข้าทำงาน จะไม่มีอะไรทำให้เรามั่นใจว่า เขารับเราเข้าทำงานจริง นอกจาก คำพูด ดังนั้น ความกังวลเรื่องงานใหม่จึงเกิดขึ้น ว่า เขารับเราเข้าทำงานจริงหรือเปล่า บางบริษัทฯ ก็จะให้เราเซ็นต์สัญญาต่างๆ เอาเอกสารนั่น นี่ มาให้หน่อย ก็ยังพอใจชื้นบ้าง แต่บางบริษัทฯ ก็เงียบ ไม่มีเอกสารอะไรที่แสดงว่า รับเข้าทำงาน เลย หากบริษัทฯที่ระบบแน่น หน่อย ก็จะมีเอกสาร นัดเข้าทำงาน และ มีเอกสารของทางบริษัทฯ บ่งบอกอย่างละเอียด ถึงหน้าที่การงาน ลักษณะงาน หัวหน้างาน และ สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม ซึ่งบริษัทฯ ที่จะทำอย่างนี้มีน้อยมากๆ มันจึงเป็นเรื่องของพนักงานที่เปลี่ยนการทำงาน ซึ่งก็กล้วว่าตัวเองจะเค้วง หากเขาไม่รับเราเข้าทำงานแล้ว เราจะทำอย่างไรหละ จะหางานใหม่ที่ไหนทำ ที่เก่าก็ลาออกมาแล้ว  วิธีแก้ที่ดีที่สุด หากบริษัทฯใหม่ ไม่มีระบบการรับคน ที่เข้าใจคนสมัครงาน คุณก็ต้องแกล้งโง่ โทรไปสอบถามโน่น นี่ ว่า ต้องทำอะไรบ้าง กับฝ่ายบุคคล หรือ คนที่รับเข้าทำงาน เพื่อเป็นการ ยืนยันการรับเราเข้าทำงาน ก็จะทำให้สามารถเชื่อมั่นได้มากขึ้น อย่างน้อย ก็ทำความรู้จักกับเจ้านาย หรือ เพื่อนร่วมงานไว้ก่อนหากสามารถทำได้
 

      การจะไปบอกว่า ขอออกจากงาน ก็เป็นอะไรที่น้ำท่วมปาก บอกไม่ถูกว่า ความรู้สึกเป็นอย่างไร ต้องหาคำตอบ หาคำแก้ตัวกันยกใหญ่ บางคนก็กะว่าจะต่อว่าเจ้านายให้สะใจครั้งสุดท้าย หากเจ้านายพูดมาก ลักษณะนี้ หากเป็นเจ้านายที่ไม่ถูกกัน ก็ง่ายหน่อย แต่ถ้าเจ้านายที่มีพระคุณสิ ไม่รู้ว่าจะบอกเจ้านายออกไปได้อย่างไร นิสัยลึกๆซึ่งเป็นจุดที่ดีมากๆของคนไทย คือเป็นคนที่ต้องตอบแทนบุญคุณ ดังนั้น ความรู้สึก ผิดที่จะต้องจากที่ทำงานเก่า จึงรุมเร้าเข้ามาในความคิด ให้สำนึกในบุญคุณของว่าที่เจ้านายเก่า อาการอย่างนี้มีขึ้นมาเมื่อใด ก็มักจะใจอ่อน ไม่กล้าที่จะบอก หรือหักหาญน้ำใจหัวหน้างาน

      แต่มุมมองของหัวหน้างานที่สามารถกินใจลูกน้องได้ขนาดนี้ ก็มีสิ่งหนึ่งที่มีเหมือนๆกัน คือ ความต้องการให้ลูกน้องทุกคนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่จิตสำนึกของหัวหน้างาน ก็ยังค้านอยู่ว่า งานที่ตนรับผิดชอบ อาจเกิดสะดุด จะรับใคร จะหาใครมารับช่วงต่อ ซึ่งก็ทำให้การคุยกับคนที่มาขอลาออก ต้องใช้ความคิดอย่างหนักเช่นกัน ดังนั้น หากคุณมีเหตุ มีผล มีความสำเร็จในอนาคตเป็นเดิมพัน หรือ มีรายได้มากกว่าปัจจุบันที่ทางบริษัทฯเก่าไม่สามารถให้ได้ ก็บอกเจ้านายไปตรงๆ คิดว่า ความปราถนาดีของเจ้านาย จะเป็นตัวผลักให้คุณออกไปเสียด้วยซ้ำ แต่ก็มีบางเหตุการณ์ ที่เจ้านายจะขอให้อยู่ต่อ จะขึ้นเงินเดือนให้เท่าที่ใหม่ คุณทำงานที่นี่มานานย่อมรู้ระบบงาน รู้งาน ดีกว่าไปเริ่มจาก ศูนย์ ที่ที่ใหม่  มีการเสนอ และ คำคัดค้าน เยอะไปหมดกับการลาออกของเรา คุณต้องหนักแน่น และ ไม่โอนเอียงต่อคำพูด แต่จงใช้เหตุ และ ผล ให้มากๆเข้าไว้

      หากคุณยอมอยู่เพื่อเงินเดือนเท่าที่ใหม่ ขอให้คุณรับรู้ไว้เลยว่า ในสายตาของเจ้านาย คุณได้เอาคุณค่าของคุณไปแลกเงินเดือนใหม่มาเสียแล้ว สิ่งหนึ่งที่หัวหน้างานทุกคนทำเหมือนกันคือ หาคนมารองรับงานของคุณ เปลี่ยนหน้าที่การงานของคุณ เผื่อการเรียกร้องครั้งที่ 2 ที่อาจจะเกิดขึ้น หรือ หากเขาไม่สามารถทำได้ทัน เมื่อเขาโดนครั้งที่ 2 เขาก็จะไม่ยอมโดนครั้งที่ 3 แต่คนที่ลำบากก็จะตกมายังคนลาออกครับ ว่า ทำไมหัวหน้าไม่รั้งเอาไว้เหมือนที่ผ่านมา น้ำตาอาจจะตกในเพราะ มีแต่คำขู่ แต่ไม่มีงานรองรับจริงๆ ครับ


ทำงานที่ใหม่จะทำอย่างไรหละ ถึงจะมีความสุข

เรียนรู้งาน และ คิดว่ามีแต่สิ่งที่ท้าทาย เพื่อให้เรียนรู้
      การทำงานในที่ใหม่นั้น ยังไงแล้ว ความรู้ความสามารถที่เคยผ่านงานมาก่อนนั้น มันเป็นเพียงสิ่งที่ช่วยสนับสนุนการทำงานใหม่เท่านั้น คุณต้องไปเรียนรู้งานทั้งหมดใหม่ ของที่ใหม่อยู่ดี ดังนั้น การจะเรียนรู้สิ่งใหม่ จาก สิ่งเก่า นั้น สิ่งหนึ่งที่ควรทำใจให้มากคือการมองว่ามันเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถ อย่าได้เอางานที่เคยทำไปเปรียบเทียบกับงานใหม่ เพราะ หากมีคนไม่ชอบใจเรา อาจจะโดนย้อนมาได้ว่า งานที่เก่าดีอยู่แล้ว แล้วออกมาทำไม แต่คุณต้องทำใจว่า งานที่ใหม่ หรือ ที่เก่า นั้น เป็นระบบที่มีการสืบทอด และ ต่อเนื่องกันมา ไม่มีระบบไหนสมบูรณ์ และ ไม่มีระบบใด ที่จะแย่ไปเสียหมด

     คุณต้องมองหาจุดดี และ จุดเด่นของระบบใหม่ แล้ว ค่อยเสริม จุดด้อยของระบบใหม่ ด้วยประสบการณ์ ที่ผ่านมาว่า น่าจะปรับปรุง ณ จุดใดเพิ่มมากขึ้น แต่อย่าทำในทันที เพราะ ไม่ว่าคุณจะเก่งกาจเพียงใด คุณจะไม่สามารถรับรู้ระบบงานได้ในทันทีที่เห็น มันมีอะไรมากกว่าที่เห็นหรือเปล่า บางทีคุณอาจจะเสียโอกาสหากคุณพูดไปก่อน หรือ อาจจะทำให้คุณดูไม่ดี ในสายตาคนเก่าก็เป็นไปได้ ดังนั้น การเรียนรู้งานใหม่นั้น ต้องพิถีพิถันกับความรู้สึกของคนเก่าในที่ทำงานใหม่ด้วย รวมทั้ง ต้องคิดถึงหัวอกเขา หัวอกเราให้มาก ไม่ว่าจะคำแนะนำหรือ ความคิดเห็นใดๆ ไม่ควรกล่าวอ้างที่อื่น เพราะ เท่ากับประนามที่ใหม่ว่า ไม่ดี ที่อื่นดีกว่า เป็นต้น

 

เรียนรู้เจ้านาย และ เพื่อนร่วมงาน
      านบางทีมันไม่ยากหรอก เพราะ ประสบการณ์ จะเป็นตัวผลักให้เราเข้าใจถึงงานใหม่ได้อย่างง่ายดาย แต่ เจ้านาย และ เพื่อนร่วมงานใหม่นี้สิ ที่จะยากต่อการทำความเข้าใจ ลักษณะของเพื่อนร่วมงานใหม่ รวมทั้งเจ้านายใหม่ เราต้องสังเกตุว่า เขาเป็นกลุ่มคนประเภทใด ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร คนไหนที่จะเป็นเพื่อนกับเราได้ง่าย คนไหนมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเรา คนไหนเขม่น เรา หรือ คนไหนไม่ชอบขี้หน้าเรา อันนี้ขึ้นอยู่กับการสังเกตุล้วนๆ

     การสังเกตุก็เพื่อให้คุณหาพรรคพวกเพื่อที่จะเข้ากลุ่มให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันตัวเองจากการกระทบกับกลุ่มคนมากที่สุด ไม่ได้ให้สร้างพรรคพวก แต่การเข้ากลุ่ม จะเป็นการแสดงออกว่า คุณเป็นคนในทีมงานเดียวกัน ซึ่งจะทำให้มีการช่วยเหลือทางด้านการงานได้มากยิ่งขึ้น หากวัฒนธรรมองค์กร ไม่แบ่งแยกกลุ่มอย่างชัดเจน การหาเพื่อนที่สนิทสนมก่อน จะทำให้คุณได้รับการปกป้องจากสังคมภายในได้เร็วกว่าเช่นกัน

     แต่หากการเมืองรุนแรง คุณก็ต้องเอนลู่ลม ทิศทางลมที่คุณควรจะโอนเอียงตามก็ควรจะเป็นทิศทางเดียวกับ เจ้านาย และ เพื่อนร่วมงานกลุ่มใหญ่ เพื่อเข้าไปศึกษาว่า จริงๆแล้ว การเมืองเกิดจากอะไร อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการเมือง หากคุณสามารถเป็นตัวสลายการเมืองเหล่านั้น หรือ ประสานการเมืองให้เป็นปึกแผ่นได้ จะเป็นการฝึกให้คุณเป็นผู้บริหารที่ดีในอนาคต

 

เรียนรู้องค์กร และ ปรับตัวเข้าหา
      เมื่อเรียนรุ้งาน เรียนรู้เจ้านาย และเพื่อนร่วมงานแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณต้องเรียนรู้ก็คือองค์กรที่คุณอยู่ว่า มีลักษณะขององค์กรเป็นอย่างไร เกือบจะทันที การสังเกตุเจ้านายใหญ่ รวมทั้ง วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และ วิสัยทัศน์ ขององค์กร จะทำให้คุณเข้าใจองค์กรมากยิ่งขึ้น เข้าใจหัวหน้างานใหญ่ได้มากยิ่งขึ้นว่า ความต้องการของเจ้านายใหญ่นั้น มีเพื่ออะไร แล้วค่อยปรับตัวเข้าหา ทำงานของคุณให้เข้ากับเป้าหมาย และวิสัยทัศน์ขององค์กรให้มากๆ ครับ จะทำให้คุณเดินไม่หลงทางมากนัก

     
เมื่อคุณไม่ได้คิดมากก่อนที่จะทำงานที่ใหม่ ไม่กังวล และ มีแนวทางที่จะไปทำงานที่ใหม่ได้อย่างมีความสุขแล้ว ก็ขอให้ประสบความสำเร็จ กับหน้าที่การงานใหม่ ที่จะมาถึงนะครับ ยินดีด้วยกับทุกๆท่านครับ


ที่มา : http://www.bloggang.com

 3399
ผู้เข้าชม
ทำเว็บธุรกิจ ทําเว็บขายของ ออกแบบเว็บไซต์ เว็บไซต์สำเร็จรูป SoGoodWeb

People Management

ไม่พบรายการที่คุณค้นหา
Get started for free today. DEMO FREE 60 DAYS
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์