กลยุทธ์การสร้างทีมงาน

กลยุทธ์การสร้างทีมงาน


     เมื่อกล่าวถึงรูปแบบการทำงานซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าสามารถสร้างประโยชน์ อย่างมากในบริบทต่างๆ คือการทำงานเป็นทีม (Teamwork) ซึ่งน่าจะอยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่เริ่มมีสังคมมนุษย์เกิดขึ้นในโลกอาจเป็น เพราะเหตุมนุษย์เป็นสัตว์สังคมย่อมต้องมีการอยู่รวมกลุ่มกันซึ่งคงเป็น ธรรมดาอยู่เองที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และมีการทำกิจการงานร่วมกัน โดยในสังคมการทำงานเช่นองค์กรแนวคิดการทำงานเป็นทีมได้รับความสนใจและมีการ ฝึกอบรมและพัฒนาให้แก่บุคลากรในองค์กรกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งจากประสบการณ์ของผู้เขียนเองซึ่งได้มีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวน การพัฒนาทีมงานในฐานะวิทยากรเห็นว่าการฝึกอบรมเรื่องทีมงานนี้ยังมีรูปแบบ ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตที่ผ่านมามากนัก ตัวอย่างเช่น มักจะต้องมีการทำ Walk Rally หรือมีกิจกรรมกลุ่มต่างๆ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งผู้เขียนเองมองว่าก็เป็นวิธีการซึ่งได้ผลในระดับหนึ่งหรือกล่าวอีกนัย หนึ่งว่าอาจส่งผลในระยะเวลาอันสั้นเช่น 3 เดือน 6 เดือน แต่หลังจากนั้นบรรยากาศเดิมที่ไม่พึงประสงค์อาจกลับมาเยือนองค์กรอีกก็เป็น ได้ จากความเห็นข้างต้นก็คงมีคำถามตามมาว่าแล้วทำอย่างไรการพัฒนาหรือสร้างทีม งานจะได้ผลในระยะยาวมากขึ้นคุ้มค่าแก่การลงทุนในการฝึกอบรมและพัฒนาแต่ละ ครั้ง คำตอบคือคงต้องมาเข้าใจปรัชญาของทีมงาน และใช้กลยุทธ์ในระยะยาวเพื่อสร้างทีมงานนั่นเอง


     การทำงานเป็นทีมคืออะไร อ่านเพิ่มเติม:การทำงานเป็นทีม การทำงานของคนตั้งแต่สองคนขึ้นซึ่งมีเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ไปในทิศทาง เดียวกัน มีความร่วมมือกัน และรับผิดชอบร่วมในความสำเร็จหรือล้มเหลวของทีม ” เมื่อทราบความความหมายดังกล่าวก็คงต้องมาเข้าใจว่าขั้นตอนในการสร้างทีมเป็น อย่างไร จากแนวคิดของ Bruce Tuckman ได้นำเสนอขั้นตอนการสร้างทีมงาน รวม 5 ขั้นตอน ในปี ค.ศ. 1965 ดังรายละเอียดต่อไปนี้ 


1. Forming

     คือการก่อร่างสร้างทีมหรือการรวมตัวกันของสมาชิกทีม โดยถ้าเปรียบในองค์กรก็คือการเริ่มต้นสร้างองค์กรใหม่ หรือหน่วยงานใหม่ซึ่งต้องมีการรวบรวมสมาชิกตามโครงสร้างองค์กรที่กำหนดขึ้น ดังนั้นกลยุทธ์ที่สำคัญของขั้นตอนนี้คือการคัดเลือกสมาชิกที่มีคุณสมบัติสอด คล้องกับลักษณะงานซึ่งในปัจจุบันอาจเป็นความสามารถ (Competency) เช่นมีจิตสำนึกในการบริการ มีความสามารถในการสื่อสาร หรือมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง เช่นการศึกษา ประสบการณ์ที่สามารถทำงานในตำแหน่งนั้นๆ

2. Storming

     คือการระดมความคิดเพื่อทำให้ทีมดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อมีการรวมตัวกันของสมาชิกซึ่งย่อมมีการเริ่มปฏิสัมพันธ์กันอาจถือเป็น จุดเริ่มของการทำงานเป็นทีมกล่าวคือต้องมีการพูดคุยกันเพื่อกำหนดทิศทาง เป้าหมายและบทบาทของสมาชิก ดังนั้นจุดนี้เองจึงต้องมีการแสดงความเห็น หรือจุดยืนของแต่ละคนซึ่งแตกต่างกันหรือมีการแสวงหาประโยชน์ของตนและพวกพ้อง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งไม่เข้าใจกัน หรือมีการแบ่งฝ่ายกัน ดังนั้นกลยุทธ์ที่นำมาใช้คงต้องมีผู้นำทีมที่เป็นผู้ประสานประโยชน์ มีความเป็นธรรม แต่ที่สำคัญคือสมาชิกต้องเข้าใจจิตวิทยาความแตกต่างของมนุษย์ที่กล่าวว่า มนุษย์ย่อมมีความแตกต่างกัน ดังนั้นการอยู่ร่วมกันบทพื้นฐานของความแตกต่าง ซึ่งไม่แตกแยกจะทำให้ปัญหาลดน้อยลง

3. Normimg


     คือการกำหนดทิศทางเป้าหมาย บรรทัดฐานของทีม กล่าวคือเมื่อมีการระดมความคิดที่ทั้ง แตกต่างและไม่แตกต่างแล้วจะนำไปสู่ข้อตกลงร่วมกัน เช่นกฎกติกา ระเบียบวิธีปฏิบัติ ที่ทำให้การอยู่ร่วมกันราบรื่น ซึ่งในยุคใหม่นี้อาจมีการกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) พันธกิจ ( Mission ) กลยุทธ์ (Strategy) และแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ร่วมกันเป็นต้น โดยกลยุทธ์ในขั้นตอนนี้คือวิธีการกำหนดข้อตกลง หรือแผนงานใดๆคงต้องใช้การมีส่วนรวม (Participative) ของสมาชิกทั้งทางตรงและ/หรือทางอ้อม เพื่อให้เกิดการยอมรับและเกิดความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของพันธะสัญญาต่างๆ นั้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความร่วมมือ และปฏิบัติตามสิ่งที่กำหนดร่วมกัน

4. Performing

     คือการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ กล่าวคือเมื่อมีการตกลงร่วมกันแล้วคงต้องมีการเริ่ม ปฏิบัติงาน เช่นใครได้รับมอบหมายให้มีบทบาทหน้าที่ใดก็ทำตามอย่างเต็มความสามารถเพื่อ บรรลุเป้าหมายของตนเอง ซึ่งจะส่งผลถึงเป้าหมายใหญ่ในภาพรวมของทีมหรือองค์กร โดยกลยุทธ์ในขั้นตอนนี้คือการใช้การสื่อสาร (Communication) ระหว่างกันทั้งภายในทีมและนอกทีม การใช้เทคนิคการจูงใจ (Motivation) เพื่อให้ลูกน้องทำงานอย่างทุ่มเท หรือการสอนแนะ (Coaching) เมื่อลูกน้องไม่สามารถทำงานได้ดี ซึ่งกลยุทธ์ต่างๆในขั้นตอนนี้ถือเป็นการใช้หลักการทางการบริหาร (Management Principle) มาใช้อย่างกว้างขวาง

5. Adjourning 

     คือการแยกย้ายกันเมื่อถึงเวลาหรือทีมบรรลุเป้าหมาย ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการสร้างทีมงาน ซึ่งอาจกล่าวว่า “งานเลี้ยงยอมมีวันเลิกราฉันใด ทีมงานยอมมีวันเลิกราฉันนั้น” เมื่อมีการดำเนินกิจการงานของทีมไประยะหนึ่งและบรรลุเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์แล้วย่อมมีการทบทวนองค์กร หรือหน่วยงานนั้นใหม่ว่าจะมีการพัฒนาไปให้ใหญ่กว่าเดิม เช่นมีการปรับปรุงโครงสร้างใหม่ มีการจัดทีมใหม่เช่นการโยกย้ายสับเปลี่ยน หรือถ้ามองในแง่ร้ายถ้ามีความล้มเหลวเกิดขึ้นในทีมย่อมต้องมีการผ่าตัดหรือ การยุบเลิกไปในที่สุด โดยกลยุทธ์ในขั้นตอนนี้คือการประเมินผลงาน หรือประเมินผลการดำเนินการขององค์กรซึ่งในยุคใหม่เน้นใช้การวัดผลงาน (Measurement) ถ้าผลการดำเนินงานดีก็คงให้มีทีมต่อไปแต่ในทางกลับกันเกิดความเสียหายหรือ ล้มเหลวคงต้องมีมาตรการตามลำดับจนสุดท้ายต้องปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกทีมในที่ สุด

     ในการสร้างทีมอย่างมั่นใจ อ่านเพิ่มเติม:สร้างทีมอย่างมั่นใจ : ค่อยขึ้นบันได ไม่กระโดดเป็นศาสตร์ที่น่าสนใจต้องติดตามและเรียนรู้ตราบใดที่มนุษย์ ยังคงเป็นสัตว์สังคม และยังมีการทำงานตั้งแต่สองคนขึ้นไป และต้องมีองค์กรเพื่อเป็นสังคมในการทำงาน โดยในองค์เองต้องมุ่งเน้นและให้ความสำคัญอย่างแท้จริงไม่เพียงเฉพาะการฝึก อบรมเท่านั้นแต่คงต้องวางกลยุทธ์ในระยะยาวเพื่อสร้างทีมงานให้แข็งแกร่งตลอด ไป 



ที่มา :อำนาจ วัดจินดา

 11844
ผู้เข้าชม
ทำเว็บธุรกิจ ทําเว็บขายของ ออกแบบเว็บไซต์ เว็บไซต์สำเร็จรูป SoGoodWeb

Human Resource

เจ้านายในฝัน...คุณก็เป็นได้
4116 ผู้เข้าชม
ทำงานผิดพลาดแล้วยังจะมานั่งโทษตัวเองให้เหนื่อยทำไม ให้กำลังใจตัวเองเพื่อทำงานชิ้นต่อไปดีกว่า ยิ่งเรา
1946 ผู้เข้าชม
การใช้ Competency ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์ อย่างมีประสิทธิภาพ
7140 ผู้เข้าชม
Get started for free today. DEMO FREE 60 DAYS
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์